การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามกระบวนการกับการพัฒนาจิตปัญญา

Filed Under (บทความเชิงวิชาการ) by wattana on 15-02-2009

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามกระบวนการกับการพัฒนาจิตปัญญา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัฒนา ปุญญฤทธิ์
ศูนย์การเรียนรู้ทางการศึกษาปฐมวัย วิทยาลัยการฝึกหัดครู
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มิถุนายน 2548

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการเรียนรู้แบบร่วมมือ ซึ่งผลการเรียนรู้นั้นจะต้องมีความสมดุลทั้งการเรียนรู้จากกระบวนการและการเกิดความรู้ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทั้งในปัญญาทางวิชาการและปัญญาทางอารมณ์


ศาสตราจารย์ชัยอนันต์ สมุทวนิช (2543 : 6-14) ได้กล่าวถึงทรรศนะใหม่ทางปัญญาที่ต่างไปจากเดิมว่า ในความเข้าใจเดิมนั้นปัญญาจะมีความหมายถึงความสามารถทางสมองในด้านตรรกและคณิตศาสตร์กับด้านภาษาเท่านั้น แต่เมื่อมีการศึกษาทำให้เกิดความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมองมากขึ้น นักการศึกษาจึงได้ยอมรับทฤษฎีพหุปัญญาที่เสนอว่า ปัญญา คือความสามารถในการแก้ปัญหา และความสามารถในการออกแบบและกระทำในสิ่งที่สังคมถือว่ามีคุณค่า ดังนั้นความสามารถของปัญญาจึงมีหลากหลายมากกว่าเดิม จากกระบวนทัศน์ใหม่นี้จึงนำไปสู่การมีวิสัยทัศน์ใหม่เกี่ยวกับการเรียนรู้และการพัฒนาคน ดังนั้นการพัฒนาคนเพื่อสังคมแห่งการเรียนรู้จึงมีแนวคิดดังนี้คือ
- คนแต่ละคนต่างมีปัญญา ความสนใจ และความสามารถแตกต่างกันไป
- คนแต่ละคนเรียนรู้โดยอาศัยลีลาที่หลากหลาย
- ในโลกปัจจุบันไม่มีใครจะเรียนรู้ทุกอย่างที่มีอยู่ได้ในช่วงชีวิตของเขา

ดังนั้นการพัฒนาคนในแนวคิดดังกล่าวจึงเป็นการพัฒนาที่มุ่งเน้นการพัฒนาปัญญาทางความคิดหรือปัญญาทางวิชาการ และปัญญาทางอารมณ์ควบคู่กันได้อย่างสมดุล ทั้งนี้ปัญญาทางอารมณ์นั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
อัตตาปัญญา ได้แก่ การรู้จักตนเอง การมีวินัยในตนเอง การรู้จักจูงใจ และสร้างแรงบันดาลใจ
สมาคมปัญญา ได้แก่ การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา การมีทักษะทางสังคม หรือการรู้จักสมาคมกับผู้อื่น
สำหรับแนวคิดเรื่องความรู้และการเรียนรู้นี้ รองศาสตราจารย์วิชัย วงษ์ใหญ่ (2543 : 30-31) ได้อธิบายไว้ในทำนองเดียวกันว่าในการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้สอนต้องเชื่อว่าความรู้เป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้จึงเป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนค้นพบความรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์และจากการเรียนรู้ตามสภาพจริง ทั้งนี้เป็นไปตามความเชื่อในปรัชญากลุ่มพิพัฒนนิยม (Progressivism) ซึ่งเชื่อว่าผู้เรียนเป็นผู้กระทำและได้ทำกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีอิสระ คือการสืบเสาะ ค้นหา แก้ปัญญา เรียนเป็นกลุ่มย่อย เรียนแบบค้นพบ เรียนแบบร่วมมือ และการเรียนเชิงประสบการณ์ การเรียนด้วยการกระทำจึงเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง จึงทำให้กระบวนการเรียนรู้มีความหลากหลายขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างบุคคล ความใส่ใจและแรงผลักดันของแต่ละบุคคล ดังนั้นการเรียนรู้จึงเน้นกระบวนการมากกว่าเนื้อหา ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นผู้กระทำจะประกอบไปด้วยขั้นตอนของการกระตุ้นความรู้เดิมของผู้เรียน จัดให้ผู้เรียนได้รับข้อมูลใหม่ โดยการแสวงหาและรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ผู้เรียนจะต้องได้ศึกษาวิเคราะห์ทำความเข้าใจข้อมูลโดยใช้ทักษะกระบวนการต่าง ๆ หลังจากนั้นผู้เรียนจะสรุปความรู้ที่ได้ด้วยตนเอง พร้อมแสดงออกถึงสิ่งที่ค้นพบด้วยวิธีการต่าง ๆ
นอกจากแนวความคิดที่กล่าวถึงการเรียนรู้ที่เน้นความสำคัญของกระบวนการดังกล่าวของนักวิชาการทั้งสองท่านข้างต้นแล้ว ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ (2543 : 58-62) ได้ให้ทรรศนะในการจัดการเรียนรู้ว่ากระบวนการเรียนรู้ที่ครบวงจรจะทำให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โดยเริ่มจากการที่ผู้เรียนได้เลือกเรื่องและวิธีการเรียนด้วยตนเอง จากนั้นได้เรียนรู้จากการปฏิบัติแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อน แล้วสรุปความรู้ด้วยตนเองและนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงหรือแก้ปัญหา ดังนั้นกระบวนการเรียนรู้จึงต้องมีความสมดุลกัน โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการกับการเรียนรู้ที่เน้นผลงาน
ดังนั้นกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการ จึงเป็นการฝึกให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้อย่างเป็นกระบวนการ รวมทั้งการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ของตน ดังที่ ณรงค์ รมณียกุล (2543 :69-70) ได้กล่าวถึงบทบาทครูในการส่งเสริมผู้เรียนให้ได้คิดวิเคราะห์ถึงกระบวนการที่จะทำให้เกิดเป็นผลของการเรียนรู้ของตนเองคือรู้จักการจัดลำดับขั้นตอนหรือการวางแผนที่ดีในการเสาะแสวงหาความรู้ มีการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน ปรับปรุงและแก้ไขอย่างเหมาะสม เพื่อบรรลุผลได้คำตอบหรือผลงานอย่างน่าพึงพอใจ ผลจากการกระทำดังกล่าวจะช่วยให้มีความเชื่อมั่นในตนเอง พึ่งตนเองได้ จนสามารถจะประยุกต์นำความรู้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากทรรศนะของนักวิชาการตามที่กล่าวมา สามารถสรุปเป็นแนวทางเพื่อนำมาสู่การจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตามกระบวนการสำหรับเด็กปฐมวัย ดังนี้
1. ความรู้เป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนี้การจัดการเรียนการสอนจึงควรออกแบบให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากกระบวนการ วิธีการเรียนรู้ที่สามารถค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ด้วยวิธีการที่เหมาะสม ได้รับประสบการณ์และจากการเรียนรู้ตามสภาพจริง
2. ผู้เรียนเป็นผู้ที่กระทำอย่างอิสระในวิธีการที่เหมาะสม ได้แก่ การสืบเสาะ สืบค้น ค้นคว้า แก้ปัญหา โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือ
3. เรียนรู้ตามวงจรการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังภาพประกอบ

4. การเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการ ได้แก่ การจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนมีการกำหนดแผนงานในการทำงานหรือศึกษาค้นคว้า สืบเสาะหาความรู้ เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งประกอบไปด้วย ขั้นตอนของการกำหนดปัญหา การตั้งสมมุติฐาน ทำการทดลอง และรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบสมมุติฐาน
5. การเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการกับการเรียนรู้ที่เน้นผลงาน ต้องมีความสมดุลกัน
6. การเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำงานกับกลุ่มมิใช่การเรียนตามลำพัง
จากแนวคิดดังกล่าวนำมาสู่การจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตามกระบวนการดังนี้

จากวิธีการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ดังกล่าว ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากการทำงานที่เป็นกระบวนการในการทำงานตามแผนที่วางไว้นั้น ทำให้ผู้เรียนได้เกิดการพัฒนา เกิดปัญญาทางวิชาการ อันได้แก่ ความรู้ที่เกิดจากการลงมือกระทำในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการได้ผ่านการสังเกตการคิดหาคำตอบโดยใช้เหตุผลและปฏิบัติการ ผลของความรู้จึงเกิดขึ้นเป็นความเข้าใจด้วยตนเอง อีกทางหนึ่งผู้เรียนจะเกิดปัญญาทางอารมณ์ ซึ่งได้แก่ อัตตาปัญญา คือ การรู้จักถึงความสามารถของตนเอง การมีวินัยในตนเองที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงและแบบแผนที่กำหนด และจากการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ผู้เรียนจะเกิดปัญญาทางอารมณ์อีกประการหนึ่งคือ สมาคมปัญญา คือการมีทักษะทางสังคมในการรู้จักการทำตนเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น ดังนั้นการเรียนรู้ตามกระบวนการจึงทำให้ผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์ทางการศึกษาทั้งด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษพิสัย ในที่สุด

* วัฒนา ปุญญฤทธิ์. (2549). “การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามกระบวนการกับการพัฒนา ปัญญา” 113 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พลังปัญญามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. กรุงเทพฯ :

เอกสารอ้างอิง

กองวิจัยทางการศึกษา, กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน. (2544). แนวคิดและประสบการณ์การจัดการศึกษาที่ ผู้เรียนสำคัญที่สุดในสหรัฐอเมริกา. กรุงเทพฯ : บริษัท พิมพ์ดี จำกัด
ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์. (2543). “ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้มุ่งสู่ผู้เรียนเป็นสำคัญ” ใน ร่วมคิดร่วมเขียน ปฏิรูปการเรียนรู้ ผู้เรียนสำคัญที่สุด. กรุงเทพฯ : บริษัท พริกหวานกราฟฟิก จำกัด.
ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2543). “การปฏิรูปการเรียนรู้ : การพัฒนาคนเพื่อสังคมที่สมานฉันท์ และ เอื้ออาทรต่อกัน” ใน ร่วมคิดร่วมเขียน ปฏิรูปการเรียนรู้ผู้เรียนสำคัญที่สุด. กรุงเทพฯ : บริษัท พริกหวานกราฟฟิก จำกัด.
ณรงค์ รมณียกุล. (2543). “ความสำคัญของครูต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน” ใน ร่วมคิดร่วมเขียน ปฏิรูปการเรียนรู้ ผู้เรียนสำคัญที่สุด” กรุงเทพฯ : บริษัท พริกหวานกราฟฟิก จำกัด.
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2543). “ปฏิรูปการเรียนรู้ : ผู้เรียนสำคัญที่สุด สูตรสำเร็จหรือกระบวนการ” ใน ร่วมคิดร่วมเขียนปฏิรูปการเรียนรู้ ผู้เรียนสำคัญที่สุด” กรุงเทพฯ : บริษัท พริกหวาน กราฟฟิก จำกัด.

Post a comment

PNRU
Ewery