การจัดหน่วยการเรียนรู้บูรณาการระดับการศึกษาปฐมวัย

Filed Under (บทความเชิงวิชาการ) by wattana on 16-02-2009

การจัดหน่วยการเรียนรู้บูรณาการระดับการศึกษาปฐมวัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัฒนา ปุญญฤทธิ์
อาจารย์ประจำหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการปฐมวัยศึกษา
วิทยาลัยการฝึกหัดครู มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
2 พฤษภาคม 2551

หน่วยบูรณาการในความหมายของหน่วยบูรณาการโดยทั่วไป หมายถึง การจัดนำเนื้อหาสาระการเรียนรู้ที่หลากหลายสาขาวิชามากำหนดภายใต้หัวข้อเรื่อง (Theme) มโนทัศน์ (Concept) หรือปัญหา (Problem) ที่เกี่ยวข้องกันและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างกลมกลืนและสมดุล นำไปสู่การจัดกิจกรรมที่หลากหลายทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสาระที่ควรเรียนรู้ ได้รับประสบการณ์สำคัญ ทำให้เกิดการพัฒนาตามวัตถุประสงค์ของการศึกษาทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ

หน่วยการเรียนรู้ระดับการศึกษาปฐมวัย
การจัดหน่วยการเรียนรู้ระดับการศึกษาปฐมวัยนั้นจะกำหนดให้สอดคล้องตามสาระและประสบการณ์สำคัญที่เสนอไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 ดังนี้


1. 1. ตัวเด็ก 1. ด้านร่างกาย
- ร่างกายและการดูแล – การทำงาน ประสานสัมพันธ์การเคลื่อนไหว
- ประสาทสัมผัส การทรงตัว กล้ามเนื้อเล็ก กล้ามเนื้อใหญ่
- สุขนิสัย ความปลอดภัย – การรักษาสุขภาพ ความปลอดภัย
- การช่วยเหลือตนเอง – สุขนิสัย
- การแสดงความคิด – อนามัยส่วนตัว
- ความรู้สึก มารยาท – อนามัยส่วนรวม
- การอยู่ร่วมกับผู้อื่น 2. ด้านอารมณ์ จิตใจ
2. บุคคลและสถานที่แวดล้อม – สุขภาพจิต
- ครอบครัว บุคคลใกล้ชิด – สุนทรียภาพ
- ชุมชน – คุณธรรมพื้นฐาน
- สถานศึกษา – จริยธรรม
- วันสำคัญ – การแสดงออกทางอารมณ์
- อาชีพ 3. ด้านสังคม
- สถานที่ในสิ่งแวดล้อม – การช่วยเหลือตนเอง
- วัฒนธรรม, ประเพณี – การอยู่ร่วมกับผู้อื่น
- ประวัติความเป็นมาของชุมชน – รักความเป็นไทย
- เรื่องราวท้องถิ่น – ความพอเพียง
3. ธรรมชาติรอบตัว – อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- สิ่งมีชีวิต / ไม่มีชีวิต – ทักษะพื้นฐานชีวิต
- ปรากฏการณ์ธรรมชาติ 4. ด้านสติปัญญา
- สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ – คิดแก้ปัญหา
- การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม – คิดสร้างสรรค์
4. สิ่งต่าง ๆ รอบตัว – ใฝ่เรียนรู้
- อาหาร, น้ำ, อากาศ – ใช้ภาษาในการสื่อสาร
- เครื่องมือเครื่องใช้ – ทักษะพื้นฐานการเรียน
- การติดต่อสื่อสาร
- การเดินทางขนส่ง
- คณิต, วิทย์ในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ การกำหนดชื่อหน่วย สามารถกำหนดขึ้นในขอบเขตของสาระการเรียนรู้ในเรื่องที่ควรรู้ทั้ง 4 เรื่อง โดยเป็นการกำหนดโดยครู หรือครูกับเด็ก หรือโดยเด็กเป็นผู้ริเริ่ม จากนั้นจึงนำมาสู่ การระดมความคิด เพื่อกำหนดขอบเขตสาระสำคัญในการเรียนรู้ต่อไป

การจัดทำหน่วยการเรียนรู้

การจัดทำหน่วยการเรียนรู้จะครอบคลุมในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
- กำหนดชื่อหน่วย
- กำหนดขอบข่ายและรายละเอียดของหน่วย
- กำหนดกิจกรรมสนับสนุนการเรียนรู้
- ออกแบบการจัดสภาพแวดล้อมที่สนับสนุน
- ออกแบบการควบคุมชั้นเรียน
- กำหนดรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ของเด็กกับสิ่งแวดล้อม
- กำหนดการทำสื่อเทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้มาใช้สนับสนุน
ทั้งนี้ในประเด็นทั้งหมดดังกล่าว ผู้สอนจะนำมากำหนดออกแบบหรือวางแผนล่วงหน้าเพื่อเป็นการสอนก่อนนำไปสู่การจัดทำแผนการจัดประสบการณ์เพื่อการนำไปใช้ ทั้งนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดของการดำเนินการในแต่ละประเด็น ดังนี้

กำหนดชื่อหน่วย

การกำหนดชื่อหน่วยบูรณาการระดับปฐมวัยนั้นเป็นการกำหนดในขอบเขตของสาระที่ควรเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร โดยมีลักษณะดังนี้
1. เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสาระที่ควรเรียนรู้
2. เป็นเรื่องที่อยู่ในท้องถิ่นใกล้ตัวเด็ก
3. เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้เรียน
4. เป็นเรื่องที่สามารถแทรกค่านิยมเกี่ยวกับวัฒนธรรม คุณธรรม และวิถีพอเพียง
5. เป็นเรื่องที่กลมกลืนไปกับวิถีชีวิตและบริบททางสังคม

กำหนดขอบข่ายและรายละเอียดของหน่วยจากการระดมสมอง

การกำหนดขอบเขตสาระการเรียนรู้ของหน่วยนั้นจะเกิดจากการระดมความคิดของผู้เรียนจากคำถามที่ครูและผู้เรียนร่วมกันทั้งคำถาม จากการะดมความคิดนั้นจะบันทึกคำตอบ และคำถาม ตลอดทั้งแนวทางการหาคำตอบ ซึ่งจะนำมาสู่การกำหนดรายละเอียดของหน่วยนั้น ๆ ได้ในเรื่องดังต่อไปนี้
1. สาระสำคัญของหน่วย
เป็นการกำหนดกรอบความคิดหรือแนวคิดหรือมโนทัศน์ของหน่วยที่เหมาะสมกับวัย และความสามารถของผู้เรียน โดยแสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริง คุณค่าหรือประโยชน์ และการนำไปใช้
2. กิจกรรมประจำหน่วย
เป็นการกำหนดกิจกรรมตามแนวคำตอบ และคำถามที่ได้จากการระดมความคิด ซึ่งกิจกรรมที่กำหนดนั้น มีลักษณะของการให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อวัสดุกับกลุ่มและกับผู้ใหญ่ ทำงานแบบร่วมมือ กิจกรรมนั้นเกิดจากการวางแผนร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก มีแหล่งเรียนรู้สนับสนุน ชุมชนมีส่วนร่วม และสามารถประเมินผลได้
3. กำหนดวัตถุประสงค์หน่วย
เป็นการกำหนดวัตถุประสงค์ทางการศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียนได้รับการกำหนดทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านเจตคติ ทั้งนี้จากการทำกิจกรรมเป็นผลให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์สำคัญตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
4. กำหนดสื่อและแหล่งความรู้
กำหนดสื่อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับกิจกรรมที่มีความเหมาะสมและพอเพียงกับผู้เรียน และสามารถกระตุ้น สนับสนุนให้ผู้เรียน เกิดแรงจูงใจที่จะทำกิจกรรมและเกิดการเรียนรู้ นอกจากสื่อแล้ว ต้องกำหนดแหล่งความรู้ที่สอดคล้องกับหน่วยที่สามารถสนับสนุนกิจกรรมที่กำหนดไว้
5. กำหนดวิธีการประเมินผล และออกแบบเครื่องมือการประเมินผล
สำหรับการประเมินผลในระดับปฐมวัยนั้น ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการสังเกต การพูดคุย สนทนา สัมภาษณ์ การให้กิจกรรม การแสดงผลงาน และการให้ปฏิบัติ เมื่อกำหนดวิธีการประเมินผลแล้วต้องออกแบบเครื่องมือที่สอดคล้องกับวิธีการ และมีความสะดวกในการนำไปใช้ สามารถประเมินผลได้ตามต้องการ เช่น ถ้ากำหนดวิธีการประเมิน โดยการสังเกต เครื่องมือที่ออกแบบจะเป็นแบบสังเกตที่มีรายการสังเกตพฤติกรรมที่เป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ที่วัตถุประสงค์หน่วย

กำหนดกิจกรรมสนับสนุนการเรียนรู้

ในการกำหนดกิจกรรมประจำหน่วยบางครั้งอาจจะไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความสนใจและวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน บางคนมีความสนใจในเรื่องที่เรียนที่ลึกซึ้งกว่าคนอื่น หรือบางครั้งการเริ่มเปิดหน่วยต้องการให้ผู้เรียนเกิดความสนใจต่อหน่วยเป็นพิเศษ หรืออาจมีสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประเด็นที่จะนำมาสู่การเรียนรู้ กิจกรรมสนับสนุนหรือมีความสำคัญที่ต้องเตรียม ทั้งนี้ อาจเป็นกิจกรรมขณะเปิดหน่วย เพื่อเป็นการเร้าความสนใจผู้เรียน หรือเป็นกิจกรรมสนับสนุนระหว่างหน่วย หรืออาจเป็นกิจกรรมเมื่อจบหน่วย ทั้งนี้จุดประสงค์ของกิจกรรมสนับสนุน คือ การเร้าความสนใจผู้เรียน การสนับสนุนให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น และมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในสิ่งที่ทำ และเพื่อเป็นการให้ผู้เรียนได้สรุปและประเมินผลการเรียนรู้ของตน รวมทั้งเป็นการเชื่อมโยงไปสู่หน่วยการเรียนรู้ต่อไป

ออกแบบการจัดสภาพแวดล้อมที่สนับสนุน

การจัดสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดหน่วย บูรณาการ สภาพแวดล้อมดังกล่าว ได้แก่ สภาพแวดล้อมด้านสื่อ วัตถุ บุคคล และสถานการณ์ การออกแบบสภาพแวดล้อมทั้งในห้องเรียน และนอกห้องเรียนจะต้องสอดคล้องและสนับสนุนการเรียนรู้ของหน่วยบูรณาการแต่ละเรื่อง การออกแบบสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน ได้แก่ การจัดมุมการเล่น และมุมกิจกรรมเพิ่มเติมในหน่วย การจัดสื่ออุปกรณ์ในมุมการเล่นที่เปลี่ยนไปตามหน่วย การตกแต่งห้องเรียนตามหน่วยที่กำหนด การจัดป้ายนิเทศ การจัดพื้นที่ที่สนับสนุนกิจกรรมของหน่วย การจัดบรรยากาศที่กระตุ้น และเร้าความสนใจตามสาระสำคัญของหน่วยการจัดสถานการณ์ที่สอดคล้องกับหน่วย และการจัดเตรียม แหล่งเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหน่วยที่เด็กสามารถไปแสวงหาความรู้เพิ่มเติมได้

ออกแบบการควบคุมชั้นเรียน

การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชั้นเรียน ครูจะต้องกำหนดวิธีการควบคุมชั้นเรียนให้เป็นไปอย่างเหมาะสม เพื่อการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปตามแผนที่วางไว้ และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น ป้องกันปัญหาข้อผิดพลาด หรือสิ่งไม่คาดฝัน รวมทั้งการวางแผนเวลากับกิจกรรมที่มีความพอเหมาะกัน การควบคุมชั้นเรียน มีดังนี้
1. การกำหนดข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้การกำหนดข้อตกลงควรเป็นการกำหนดร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก จะทำให้เด็กยอมรับและถือปฏิบัติเนื่องจากมีส่วนร่วมในข้อกำหนด ข้อตกลงดังกล่าว ได้แก่ ข้อตกลงเรื่องของเวลา เรื่องของจำนวน และวิธีการ เรื่องของการดูแลการใช้และเก็บอุปกรณ์ เรื่อง การกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบ และการดูแลในการปฏิบัติงานของเด็กแต่ละคน เป็นต้น
2. การมอบงาน การมอบงานจะทำให้มีผู้รับผิดชอบในงานหรือกิจกรรมที่วางแผนไว้ ทำให้เด็กได้ฝึกเรื่องความรับผิดชอบ และทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เช่น การมอบงานให้เป็น ผู้ตระเตรียมอุปกรณ์ การมอบงานให้เป็นผู้ดูแลกลุ่มหรือมุม หรือการมอบหมายความรับผิดชอบ ทั้งนี้ ต้องอยู่ในความสามารถที่เด็กจะทำได้
3. การจูงใจ การทำกิจกรรมต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายประการหนึ่ง คือ การให้ผู้เรียนทำกิจกรรมจนแล้วเสร็จ หรือบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ การสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยดี ครูอาจออกแบบการจูงใจเด็ก โดยใช้สื่อ สิ่งเร้า สถานการณ์ และ การให้รู้ผลการปฏิบัติ รวมทั้งการสนับสนุนให้เด็กได้ประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรมในขั้นตอนแต่ละขั้น ทำให้ผู้เรียนมีกำลังใจและเกิดความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรมต่อไป และขณะเดียวกันจะทำให้การทำกิจกรรมในห้องเรียนเป็นไปตามที่ครูและเด็กร่วมกันวางแผนไว้
4. การเสริมแรง การเสริมแรงทางบวกจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ต้องการการเสริมแรง ได้แก่ การให้คำชมเชย ยกย่องเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ต้องการ การให้เด็กได้รับผลตามที่คาดหวังไว้ การให้โอกาสแสดงออกตามที่ต้องการ การยอมรับข้อคิดเห็นและผลการค้นพบของเด็ก การทำผลการค้นพบไปใช้ การจัดแสดงหรือจัดที่ให้แสดงผลงาน และการให้ชุมชนได้เห็นผลงานหรือการกระทำของเด็ก เป็นการเสริมแรงที่มีความหมาย โดยพยายามไม่ใช้รางวัลหรือวัตถุของขวัญเป็นเครื่องเสริมแรง

กำหนดรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ของเด็กกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อกำหนดกิจกรรมและวัตถุประสงค์ประจำหน่วย ครูจะสามารถกำหนดรูปแบบของการปฏิวัติของเด็กในรูปของกิจกรรมระหว่างเด็กกับการทดลองปฏิบัติกับสื่อ วัตถุ ตามลำดับ การกำหนดกิจกรรมที่เป็นกลุ่มและวิธีการจัดกลุ่ม รวมทั้งกระบวนการภายในกลุ่ม การกำหนดกิจกรรมที่เด็กทำกับผู้ใหญ่ เช่น การเชิญวิทยากร การออกไปศึกษานอกสถานที่ การสืบค้นขอความรู้จากผู้ใหญ่ทั้งภายในและนอกสถานศึกษา เป็นต้น การกำหนดรูปแบบการปฏิสัมพันธ์นี้จะต้องสอดคล้องกับวัยของเด็กด้วย เด็กอายุน้อยจะใช้รูปแบบปฏิสัมพันธ์นี้เป็นกลุ่มกับเพื่อนน้อยกว่ากลุ่มเด็กที่มีอายุมากกว่า เป็นต้น การกำหนดรูปแบบปฏิสัมพันธ์นี้จะช่วยสนับสนุนพัฒนาการ และทักษะทางสังคมของเด็กด้วย

กำหนดบทบาทครูในฐานะผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวก

การจัดหน่วยบูรณาการ ครูเป็นผู้มีบทบาทในฐานะเป็นผู้สนับสนุนและอำนวย ความสะดวกในการทำกิจกรรม โดยกำหนดเป็น 3 ระยะ ดังนี้
1. ระยะเตรียม ครูจะเตรียมตัวโดยการหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสาระของหน่วยให้ครอบคลุมในสาขาวิชาต่าง ๆ และในขอบเขตที่เด็กควรได้รับรู้ นอกจากนี้ต้องเตรียมการจัดหาสื่อ และแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในรูปของสื่อ วัตถุ บุคลากร สถานการณ์ สถานที่ และสิ่งที่ต้องเตรียม คือ การเตรียมพื้นที่ ขั้นตอนที่จะดำเนินการตามกิจกรรมของหน่วย
2. ระยะดำเนินการ บทบาทของครูในระยะที่ดำเนินการจัดกิจกรรมตามที่วางแผนไว้ ครูจะคอยดูแล ควบคุมการดำเนินการให้เป็นไปตามแผน คอยสนับสนุน ให้กำลังใจ กระตุ้นความสนใจของผู้เรียนให้ลงมือค้นคว้า ให้ข้อมูลเพิ่มเติม การแนะนำให้เด็กนำความรู้เดิมมาใช้ ช่วยเด็กแก้ปัญหาหรือแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นปัญหา
3. ระยะการจบหน่วย บทบาทของครู คือ การสนับสนุนให้เด็กรวบรวมความรู้ ผลงาน หรือวิธีปฏิบัติ และแสดงให้ผู้อื่นได้รับทราบ แสดงความยินดีชื่นชมต่อสิ่งที่เด็กทำ และชี้ให้เด็กเห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้กระทำ รวมทั้งการกระตุ้นให้สนใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ต่อไป

กำหนดการนำสื่อ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้มาใช้สนับสนุน

สิ่งสำคัญของการจัดประสบการณ์ โดยใช้หน่วยบูรณาการ คือ การนำสาระการเรียนรู้ในหลากหลายวิชามาผสมผสานกัน เป็นสาระความรู้ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ดังนั้น ครูจึงมีหน้าที่ในการแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับสื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องมากำหนดใน 2 ลักษณะ คือ
1. สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่นำมาปรับปรุงสำหรับเด็ก ได้แก่ กำหนด หนังสือ อุปกรณ์ ของเล่น ซีดีรอม และสถานที่ บุคลากร ที่เป็นแหล่งความรู้ที่เหมาะสมกับเด็ก
2. สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่นำมาสนับสนุนสำหรับครู ได้แก่ หนังสือ เว็บไซต์ สถานที่ บุคลากร ซีดีรอม / คู่มือเกี่ยวกับสาระเรื่องนั้น ๆ และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ครูสามารถนำมาใช้ประกอบและสนับสนุน

ตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้เรื่อง “เมล็ด”

เป้าหมายของหน่วย

เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ มีความต้องการที่จะเรียนรู้ และพัฒนา มโนทัศน์ เรื่อง “เมล็ด”

สาระสำคัญของหน่วยเรื่องเมล็ด

พืชทุกชนิดเจริญเติบโตจากเมล็ดพืช เมล็ดพืชมีหลากหลายชนิด มีสี รูปร่าง ขนาด ผิวสัมผัสแตกต่างกัน การงอกงามเจริญเติบโตของพืชจากเมล็ดพืช ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างมาช่วย เมล็ดพืชหลายชนิดนำมาเป็นอาหาร

วัตถุประสงค์ของหน่วย

1. มีความรู้ความเข้าใจเรื่องราวของเมล็ดพืช
2. มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเจริญเติบโตของพืชจากเมล็ด
3. เกิดความเข้าใจเรื่องความแตกต่างของเมล็ด ด้านของสี ขนาด รูปร่าง ผิว และลักษณะของเมล็ดพืชชนิดต่าง ๆ และเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ ของเมล็ด
4. มีความสามารถในการสังเกต เปรียบเทียบ จำแนก เรียงลำดับ
5. มีความสนใจเกี่ยวกับเมล็ดและสามารถสะสมเมล็ดในวิธีการต่าง ๆ
6. สามารถเรียงลำดับการเจริญเติบโตของเมล็ดได้
7. สามารถร้องเพลงเกี่ยวกับหรือเล่นเครื่องเขย่าให้จังหวะในเพลงที่ร้องได้
8. สร้างเครื่องเขย่าจากเมล็ดพืชหลายชนิดได้
9. เล่นเกมเก้าอี้ดนตรี และเกมอื่น ๆ เกี่ยวกับเมล็ดพืชได้
10. สามารถเพาะเมล็ดพืชของตนเองได้
11. สามารถสร้างแผนภูมิแสดงการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชที่เพาะได้
12. เล่นบทบาทสมมุติเกี่ยวกับเรื่องการทำสวนได้
13. สามารถแสดงความคิดเห็นและเล่าเรื่องเกี่ยวกับเมล็ดพืชได้
14. ร่วมกิจกรรมการประกอบอาหารเกี่ยวกับเมล็ดพืชได้

กิจกรรม

1. ฟังเรื่องเกี่ยวกับเมล็ด (ครู)
2. เดินหาเมล็ด (ครูและเด็ก)
3. ทดลองเพาะเมล็ด (ครูและเด็ก)
4. สะสมเมล็ด (เด็กและครู)
5. นับเมล็ด (เด็ก)
6. สร้างเรื่องเกี่ยวกับเมล็ด (ครูและเด็ก)
7. ลำดับขั้นการเจริญเติบโตของเมล็ด (เด็ก)
8. เพลงเกี่ยวกับเมล็ด (ครูและเด็ก)
9. บทบาทสมมุติเกี่ยวกับเมล็ด (เด็ก)
10. เปรียบเทียบเมล็ด (เด็ก)
11. สร้างเครื่องเขย่าจากเมล็ด (เด็ก)
12. จัดหมวดหมู่เมล็ด (เด็ก)
13. เล่นเกมเก้าอี้ดนตรีจากเครื่องเขย่าเมล็ด (ครูและเด็ก)
14. เชิญวิทยากรที่เป็นชาวสวน / เกษตรกร (ครู)
15. วางแผนเพาะปลูกพืชจากเมล็ด (ครูและเด็ก)
16. บทบาทสมมุติเป็นชาวสวน / เกษตรกร (เด็ก)
17. แผนภูมิแสดงการเจริญเติบโตของเมล็ด (ครู)
18. สนทนาเรื่องเมล็ดกับการเป็นแหล่งอาหา (ครูและเด็ก)
19. ประกอบอาหารจากเมล็ด (ครูและเด็ก)
20. ทัศนศึกษาสวนเกษตร (ครูและเด็ก)

วิธีการประเมินผลและเครื่องมือ

1. สังเกตความสนใจในการร่วมกิจกรรมการทดลองและการสืบค้น
2. สังเกตการณ์มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกับกลุ่ม
3. สังเกตการณ์ปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้อวัยวะและเครื่องมืออย่างแคล่วคล่อง
4. สังเกตความตั้งใจในการทำกิจกรรมตามที่วางแผนไว้
5. สังเกตจากการนำเสนอผลงาน
6. สังเกตความสามารถในการเล่าเรื่องเกี่ยวกับเมล็ดพืชและการบอกประโยชน์ของการนำความรู้ไปใช้

เครื่องมือ

1. แบบสังเกตความสนใจ และการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม
2. แบบประเมินผลงานและการปฏิบัติ
3. แบบสังเกตความสามารถในการใช้อวัยวะในการทำกิจกรรม

สื่อ และแหล่งความรู้

1. หนังสือเรื่อง เมล็ดถั่ววิเศษ
2. หนังสือเรื่อง การเจริญเติบโตของพืช
3. สารานุกรมชุดพืช
4. สวนเกษตรอินทรีย์
5. ตลาดผักสด
6. วิทยากรจากกรมวิชาการเกษตร
7. แม่ครัว / โภชนาการ
8. เกษตรกร
9. เพลงและนิทานเกี่ยวกับเมล็ดพืช

กิจกรรมสนับสนุน

1. ทำสวนผัก / แปลงเกษตร / ปลูกผักลอยฟ้า / ปลูกผักไม่ใช้ดิน
2. โครงการอาหารจากเมล็ดพืช
3. ทัศนคติสวนผักปลอดสารพิษ

การจัดสภาพแวดล้อม

1. จัดมุมเพาะเมล็ดถั่วเขียว
2. จัดหนังสือ เรื่องเกี่ยวกับเมล็ดพืชที่มุมหนังสือ
3. โต๊ะประดิษฐ์เครื่องเขย่าจากเมล็ดพืชชนิดต่าง ๆ
4. จัดป้ายนิเทศแสดงการเจริญเติบโตของเมล็ด
5. จัดป้ายและที่แสดงผลงาน
6. เกมการศึกษาชุดเรียงลำดับ จำแนก เปรียบเทียบ จัดกลุ่ม เรื่องเกี่ยวกับเมล็ด
7. มุมประดิษฐ์ภาพ และหนังสือจากเมล็ดพืชชนิดต่าง ๆ
8. มุมสะสมเมล็ดพืชชนิดต่าง ๆ

การควบคุมชั้นเรียน

1. มอบหมายผู้ดูแลมุมการเล่น
2. แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบวันที่เชิญวิทยากรมา
3. จัดแบ่งกลุ่มและให้กลุ่มจัดหน้าที่ของสมาชิกในการทำงานกลุ่ม
4. มอบหมายผู้รับผิดชอบการเก็บอุปกรณ์และการทำความสะอาด
5. จัดประกวดผลงานโดยให้มีคณะกรรมการจากการคัดเลือกของนักเรียน
6. จัดรางวัลสำหรับผู้ที่ได้รับการยกย่องการปฏิบัติตามหน้าที่

กิจกรรมปฏิสัมพันธ์

1. การเล่นตามมุม และการทดลองเพาะเมล็ดพืช
2. การหาวิทยากรในห้องเรียน และการไปเยี่ยมชมสถานที่ด้านการเกษตร
3. การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งความรู้ที่เป็นบุคคลกลุ่มต่าง ๆ
4. การทำงานกลุ่ม

บทบาทครู

1. หาความรู้ และแหล่งความรู้เรื่องเมล็ดพืช
2. หาเมล็ดพืชแบบต่าง ๆ
3. หานิทาน / หนังสือ / เพลง / บทกลอน เรื่องเกี่ยวกับเมล็ดที่เหมาะกับเด็ก
4. เพาะเมล็ดพืชหลากหลายชนิดไว้ล่วงหน้า
5. ติดต่อวิทยากรและแหล่งความรู้โดยให้ข้อมูลขอบเขตภาระที่ต้องการ
6. เตรียมสถานที่สำหรับการทดลองทำแปลงพืชผัก / ดอกไม้
7. ทำตารางรายชื่อเด็กผู้รับผิดชอบงานต่าง ๆ

สื่อ / เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้เรื่องเมล็ด

1. Website / CD rom สำหรับเด็ก เรื่อง เมล็ดพืชและการเจริญเติบโต
2. แหล่งเกษตรกรในชุมชน

หลังจากจัดทำหน่วยบูรณาการแล้วจึงนำไปจัดทำแผนการจัดประสบการณ์รายสัปดาห์ และแผนการจัดประสบการณ์รายวันที่แยกตามกิจกรรมประจำวัน ทั้งนี้การที่จะให้เกิดความมั่นใจว่าหน่วยที่จัดทำขึ้นมีลักษณะของหน่วยบูรณาการหรือไม่ อาจตรวจสอบได้ใน 4 ประเด็น คือ สาระการเรียนรู้สาขาต่าง ๆ มี การผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดจุดมุ่งหมายการเรียนและวาง แผนการเรียนรู้ ครูและเด็กร่วมกันปฏิบัติตามแผน และผลการทำกิจกรรมสามารถนำไปใช้ได้

เอกสารอ้างอิง

วรนาท รักสกุลไทย. (2548). “การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย” ใน ประมวลสาระชุดวิชาการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย. หน่วยที่ 6. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วัฒนา ปุญญฤทธิ์. (2548). “การจัดประสบการณ์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ” ใน ประมวลสาระชุดวิชาการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย หน่วยที่ 5. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Estes, L.S. (2004). Essentials of Child and Early Education. Boston : Pearson Education, Inc.

Comments:

Post a comment

PNRU
Ewery