การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่เน้นสาระท้องถิ่น

Filed Under (บทความเชิงวิชาการ) by wattana on 14-06-2009

การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่เน้นสาระท้องถิ่น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัฒนา ปุญญฤทธิ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

ความจำเป็นของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสาระท้องถิ่น

จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545) ได้กำหนดไว้ในมาตรา 23 ว่า การจัดการศึกษาต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาต่อไปนี้ (1) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก

รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุลยั่งยืน (3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ ภูมิปัญญา (4) ความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษา ทั้งนี้ได้กำหนดถึงจุดมุ่งหมายการจัดการศึกษาไว้ในมาตรา 27 โดยกำหนดให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ และในวรรคสอง กำหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรตามวัตถุประสงค์ในวรรคหนึ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
จากข้อกำหนดดังกล่าวกระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 เป็นหลักสูตรแกนกลางเพื่อเป็นแนวทางสำหรับสถานศึกษาปฐมวัย นำไปจัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม สำหรับใช้ในการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา
ทั้งนี้สถานศึกษาได้มีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยขึ้นมาเพื่อให้สามารถจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น และผู้เรียน โดยใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่กำหนดไว้ในเอกสารหลักสูตร คือ ขั้นที่ 1 ศึกษาเอกสารหลักสูตรแกนกลางและข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและชุมชน ขั้นตอนที่ 2 จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ขั้นตอนที่ 3 การประเมินหลักสูตรก่อนใช้และหลังใช้ ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ จะเป็นแนวกำหนดไว้กว้าง ๆ เพื่อให้สถานศึกษาได้พัฒนาหลักสูตรในการปฏิบัติที่คิดว่ามีความเหมาะสม แต่เนื่องจากสถานศึกษาปฐมวัยในประเทศมีอยู่จำนวนมากที่กระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประกอบกับพลังความรู้ของท้องถิ่นในบริบทของสังคม ชุมชน แต่ละแห่งนั้นมีอย่างมากมายและหลากหลาย ในการปฏิบัติสถานศึกษาจึงน่าจะมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อนำสาระท้องถิ่นมาสู่การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กให้ครอบคลุมและกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดในพระราชบัญญัติการศึกษามาตรา 27 ดังกล่าวแล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวจึงควรมีรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่เน้นสาระท้องถิ่น เพื่อให้ครูสามารถพัฒนาหลักสูตรด้วยตนเอง เพื่อให้ได้หลักสูตรที่ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องราวที่อยู่ใกล้ตัวตามสภาพจริง ได้เรียนรู้สิ่งที่มีคุณค่าในท้องถิ่นตน นำความรู้มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดความรัก ความผูกพันกับท้องถิ่น ส่วนในระดับสถานศึกษานั้นทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสถานศึกษากับชุมชนท้องถิ่น มีความร่วมมือกันในการพัฒนาเด็กให้เติบโตขึ้นมาในสังคมชุมชน ท้องถิ่นที่มีคุณลักษณะที่เป็นไปตามจุดหมายของการพัฒนาเด็กและจุดมุ่งหมายของท้องถิ่นชุมชน

กรอบแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่เน้นสาระท้องถิ่น

ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่เน้นสาระท้องถิ่นมีแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตรใน 2 มิติคือ
1. มิติด้านวิธีการ
2. มิติด้านสาระการเรียนรู้
โดยมีรายละเอียดของแนวคิดทั้ง 2 มิติดังนี้
1. มิติด้านวิธีการ มีแนวคิดเพื่อกำหนดรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรดังนี้
1.1 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเป็นการพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ได้หลักสูตรที่นำไปสู่การกำหนดการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงในบริบททางสังคม วัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยเกิดจากการมีส่วนร่วมทั้งจากบุคลากรภายในสถานศึกษา ผู้เรียนและชุมชน ที่ยึดประโยชน์ที่จะเกิดกับผู้เรียนเป็นสำคัญ
1.2 กระบวนการพัฒนาหลักสูตรใช้ขั้นตอนที่สถานศึกษามีประสบการณ์ที่ได้รับจากการพัฒนาหลักสูตรตามวิธีการที่กระทรวงศึกษาธิการให้แนวทางไว้ และได้กำหนดรายละเอียดในขั้นตอนต่าง ๆ ในลักษณะของการปฏิบัติได้
1.3 กระบวนการพัฒนาหลักสูตรให้ความสำคัญในองค์ประกอบด้านสาระการเรียนรู้เป็นสำคัญ
2. มิติด้านสาระการเรียนรู้ มีแนวคิดเพื่อกำหนดกรอบของสาระท้องถิ่นดังนี้
2.1 สาระการเรียนรู้ในข้อกำหนดตามมาตรา 23 ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในเรื่องความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสังคมไทย และสาระความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยและประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
2.2 สาระการเรียนรู้ในท้องถิ่นกำหนดมิติด้านความรู้ท้องถิ่นไว้ 6 กลุ่มความรู้ดังนี้
2.2.1 ประวัติความเป็นมาและวิถีชีวิต ซึ่งได้แก่ ประวัติความเป็นมาของท้องถิ่น สถานที่สำคัญ แหล่งความรู้ วิถีชีวิต การประกอบอาชีพ
2.2.2 ภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ ภูมิปัญญาด้านความรู้ และภูมิปัญญาที่เป็นบุคคล
2.2.3 คุณค่าความดีงามในท้องถิ่น ได้แก่ ค่านิยม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม และความภาคภูมิใจในท้องถิ่น
2.2.4 สิ่งแวดล้อม ภูมิประเทศ ทรัพยากรธรรมชาติ

ขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่เน้นสาระท้องถิ่น

การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่เน้นสาระท้องถิ่น ประกอบด้วยขั้นตอน 5 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและวิเคราะห์สภาพความต้องการของท้องถิ่น ได้แก่
1.1 ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่นเกี่ยวกับสาระท้องถิ่น 4
ด้าน
1.2 การวิเคราะห์ศักยภาพของสถานศึกษา
1.3 การวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรของสถานศึกษา
ขั้นที่ 2 ยกร่างหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่เน้นสาระท้องถิ่น
2.1 วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานจากแบบสอบถามความต้องการของท้องถิ่นและของ
นักเรียนและจัดเรียงลำดับความต้องการจากมากไปหาน้อยในแต่ละด้าน
ของสาระ

2.2 นำข้อมูลจาก 2.1 ที่มีความต้องการมากและที่สอดคล้องกันระหว่างความ
ต้องการของท้องถิ่นและนักเรียนมาจัดทำสาระความรู้ท้องถิ่นในหลักสูตร
สถานศึกษา
2.3 กำหนดโครงร่างหลักสูตรที่เน้นสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
2.4 จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ตามหน่วยการเรียนรู้เพื่อทดลองใช้
ขั้นที่ 3 ตรวจสอบคุณภาพหลักสูตร โดยให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพโครงร่าง
หลักสูตร และแผนการจัดประสบการณ์ และปรับปรุงตามความเห็นของ
ผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นที่ 4 นำหลักสูตรไปใช้
ขั้นที่ 5 ประเมินหลักสูตร
มีรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนดังนี้
ขั้นที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและวิเคราะห์สภาพความต้องการท้องถิ่น
1.1 ศึกษาข้อมูลพื้นบานชุมชน เป็นการศึกษาเกี่ยวกับสภาพสำคัญของท้องถิ่น 4 ด้าน คือ ประวัติความเป็นมาและวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณค่าความดีงามในท้องถิ่น สิ่งแวดล้อมท้องถิ่น โดยการศึกษาจากเอกสาร การสัมภาษณ์ และนำมาจัด และข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งแหล่งบุคคล ตำนาน เรื่องเล่าเกี่ยวกับท้องถิ่น ข้อมูลด้านวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ช่วงเวลาหรือวันสำคัญของชุมชน ทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่น ปัญหาชุมชน ฯลฯ จากนั้นจึงจัดรวบรวมแยกเป็นหมวดหมู่ 4 ด้าน คือ ด้านประวัติความเป็นมาและวิถีชีวิต ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านคุณค่าความดีงามในท้องถิ่น สิ่งแวดล้อมท้องถิ่น และจัดทำเป็นแบบสอบถามเพื่อสำรวจความต้องการของท้องถิ่น
1.2 การวิเคราะห์ศักยภาพของสถานศึกษา เป็นการวิเคราะห์โดยศึกษาสภาพ ทั่วไปของสถานศึกษา ความต้องการในการพัฒนาผู้เรียน การสนับสนุนของฝ่ายต่าง ๆ ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชน รายงานการประเมินคุณภาพของสถานศึกษา หลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสาระท้องถิ่นของชั้นเรียนระดับอื่น ๆ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในเลือกสาระท้องถิ่น
1.3 การวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรของสถานศึกษาฉบับเดิมที่พัฒนามาใช้แล้วในระยะแรก โดยวิเคราะห์ในแนวทางดังนี้

1.3.1 จุดมุ่งหมายหลักสูตร
1.3.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์
1.3.3 สาระการเรียนรู้
1.3.4 การจัดประสบการณ์
1.3.5 การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้
1.3.6 การประเมินพัฒนาการ
1.3.7 สื่อและแหล่งการเรียนรู้

ขั้นที่ 2 ยกร่างหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยที่เน้นสาระท้องถิ่น
2.1 กำหนดโครงสร้างหลักสูตรจากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและสภาพความต้องการท้องถิ่นที่ได้จากชุมชนท้องถิ่น วิเคราะห์ศักยภาพสถานศึกษา วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรของสถานศึกษา กำหนดเป็นประเด็นดังนี้
2.1.1 การศึกษาสภาพชุมชนและความต้องการท้องถิ่น เพื่อกำหนดหัวเรื่องในสาระการเรียนรู้รายปี
2.1.2 การวิเคราะห์ศักยภาพของสถานศึกษา เพื่อตัดสินใจปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม ในโครงร่างหลักสูตรของสถานศึกษาเดิม ให้สอดคล้องกับสาระท้องถิ่นที่จะพัฒนาเพิ่มเติม
2.1.3 การวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรของสถานศึกษาฉบับเดิม เพื่อนำมาตัดสินใจปรับปรุงและกำหนดหัวข้อต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสาระท้องถิ่นที่จะพัฒนาเพิ่มเติม
2.2 วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามความต้องการของท้องถิ่นและของนักเรียนเกี่ยวกับสาระท้องถิ่น โดยมีวิธีการดังนี้
2.2.1 นำแบบสำรวจความต้องการของท้องถิ่นไปสำรวจความต้องการของท้องถิ่นอันประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาปฐมวัย ครูผู้สอนระดับปฐมวัย ศึกษานิเทศก์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลท้องถิ่น ประชาชนในท้องถิ่น ผู้ปกครองนักเรียน และกรรมการสถานศึกษา
2.2.2 นำแบบสำรวจมาจำแนกความต้องการรายด้านและเรียงลำดับความต้องการจากมากไปหาน้อยในแต่ละด้าน และนำหัวข้อเรื่องที่ได้ที่อยู่ในเกณฑ์มากไปสำรวจความต้องการของนักเรียนในสถานศึกษา
2.3 นำหัวข้อเรื่องที่เป็นความต้องการของท้องถิ่นและความต้องการของผู้เรียน ที่มีความสอดคล้องกันมากำหนดเป็นหัวข้อเรื่องและนำไปจัดทำเป็นชื่อหน่วยที่เป็นสาระการเรียนรู้ รายปี ที่อยู่ในกลุ่มสาระที่ควรเรียนรู้ 4 เรื่องที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง โดยผนวกเพิ่มเติมในหลักสูตรสถานศึกษาฉบับเดิม
เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………
3…………………………………………………………………………………………………
ฯลฯ
เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อม
1…………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………
3…………………………………………………………………………………………………
ฯลฯ
ธรรมชาติรอบตัว
1…………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………
3…………………………………………………………………………………………………
ฯลฯ
สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก
1…………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………
3…………………………………………………………………………………………………
ฯลฯ
2.4 จัดทำหลักสูตรที่เน้นสาระท้องถิ่น โดยอิงจากหลักสูตรของสถานศึกษาเดิมในหัวข้อตามที่หลักสูตรแกนกลางกำหนดได้แก่ วิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย คุณลักษณะที่ พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี การจัดประสบการณ์ การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ การประเมินพัฒนาการ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ทั้งนี้ให้สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นที่จัดทำเพิ่มเติม
2.5 นำสาระการเรียนรู้ในหัวข้อเรื่องท้องถิ่นแต่ละด้านทั้ง 4 ด้าน โดยสุ่มเลือกด้านละ 1 หัวข้อมาจัดทำแผนการจัดประสบการณ์เพื่อทดลองใช้หลักสูตร
ขั้นที่ 3 ตรวจสอบคุณภาพหลักสูตร โดยวิธีการดังนี้
3.1 จัดทำแบบประเมินคุณภาพโครงร่างหลักสูตรที่เน้นสาระท้องถิ่น โดย ผู้เชี่ยวชาญ เป็นการประเมินความสอดคล้องของโครงร่างหลักสูตรกับหลักสูตรแกนกลาง แล้วนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร ด้านผู้สอน และด้านการวิจัย เป็นผู้ประเมิน
3.2 จัดทำแบบประเมินแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นสาระท้องถิ่น และส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร ด้านการสอน และด้านวิจัย รวม 3 ท่าน เป็นผู้ประเมิน
3.3 นำผลการประเมินใน 3.1 และ 3.2 มาปรับปรุงให้ได้หลักสูตรที่เหมาะสม
ขั้นที่ 4 นำหลักสูตรไปใช้
นำแผนการจัดประสบการณ์ที่ได้รับการปรับปรุงตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญแล้วไปทดลองใช้ในสถานการณ์จริง และบันทึกข้อสังเกตในการใช้ในแบบสังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนและการบันทึกผลหลังสอน
ขั้นที่ 5 ประเมินผลหลักสูตร ประเมินโดยวิธีการดังนี้
5.1 ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนขณะที่จัดประสบการณ์ในหน่วยการเรียนรู้ที่ทดลองไว้
5.2 ประเมินการจัดประสบการณ์ เพื่อตรวจสอบว่าเมื่อนำหลักสูตรไปใช้ในสถานการณ์จริงแล้วมีผลเป็นอย่างไร มีปัญหาหรืออุปสรรคใด ทั้งนี้การประเมินจะเกี่ยวข้องกับประเด็นดังนี้
5.2.1 ความสอดคล้องระหว่างสาระการเรียนรู้กับพัฒนาการของผู้เรียน
5.2.2 การใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้
5.2.3 การมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คนในชุมชน ผู้ปกครอง
ภูมิปัญญาท้องถิ่น

Comments:

Post a comment

PNRU
Ewery